
ในปี 2026 ไม่พอแล้วที่จะมี ERM แยก BCM แยก Cyber แยก Insurance แยก ทุกอย่างต้องบูรณาการเป็น "Organizational Resilience" เดียว

องค์กรส่วนใหญ่มี 3 ทีมแยกกัน Governance (เลขาฯ บริษัท), Risk (ERM Team), Compliance (Compliance Officer) ผลคือทำงานซ้ำซ้อน รายงานเยอะ แต่ผลลัพธ์ไม่ดี GRC Integration คือคำตอบ

Excel Risk Register ทำได้ แต่พอ Risk เยอะ หน่วยงานเยอะ ความต้องการ Reporting สูง ERM Software ก็กลายเป็นจำเป็น

หลายองค์กรจัดการ Operational Risk ได้ดี แต่ Strategic Risk ยังอ่อน เพราะเป็นเรื่องยาก ไม่แน่นอน และต้องอาศัย Insight ของผู้บริหาร

Risk ของ 2026 ไม่เหมือน Risk ของ 2020 องค์กรที่ยึด Risk Register เดิม คือองค์กรที่ไม่เห็นภัยใหม่ที่กำลังมา

เมื่อผู้บริหารเห็น Heat Map 5x5 ในไม่กี่วินาที ผู้บริหารรู้ได้ทันทีว่า "ความเสี่ยงไหนสำคัญที่สุด" นี่คือพลังของการ Visualize Risk

KPI วัดความสำเร็จ KRI วัด "สิ่งที่อาจทำลายความสำเร็จ" องค์กรที่มีแต่ KPI ไม่มี KRI คือองค์กรที่มอง Rearview Mirror

องค์กรที่มี ERM ดี ต้องตอบคำถามพื้นฐานได้ "เราพร้อมรับความเสี่ยงแค่ไหน?" Risk Appetite Statement คือคำตอบที่ Board และผู้บริหารอนุมัติ

Risk Register หรือ "ทะเบียนความเสี่ยง" คือเอกสารหลักของ ERM ถ้า BIA เป็นหัวใจของ BCM Risk Register ก็คือหัวใจของ ERM

ISO 31000:2018 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับ Risk Management ที่ Non-prescriptive ไม่ได้บอกว่า "ต้องทำอะไร" แต่บอก "ควรคำนึงอะไร"

COSO ERM Framework ฉบับ 2017 ชื่อ "Enterprise Risk Management — Integrating with Strategy and Performance" เป็น Framework มาตรฐานที่ Big 4 และบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐใช้

ในโลกปี 2026 ความเสี่ยงที่องค์กรเจอมาจากทุกทิศทาง กฎหมาย ตลาด เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ การบริหารความเสี่ยงแบบแยกส่วนไม่พอแล้ว องค์กรต้องมี ERM

COVID-19 เป็นวิกฤตที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ BCP 3 ปีตั้งแต่ 2563-2566 บริษัทไทยได้เรียนรู้มหาศาลจากประสบการณ์นี้

น้ำท่วมใหญ่ 2554 เป็นภัยธรรมชาติที่เปลี่ยนวงการอุตสาหกรรมไทยตลอดกาล 15 ปีหลังเหตุการณ์ บทเรียนยังคงมีคุณค่าและต้องไม่ถูกลืม

หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไทยต้องมี BCP ตามเกณฑ์ของ สำนักนายกรัฐมนตรี และ กพร. ส่วนรัฐวิสาหกิจมี สคร. กำกับเพิ่ม

Data Center คือเส้นเลือดของเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้า Data Center ล่ม อาจกระทบลูกค้าและเศรษฐกิจในวงกว้าง BCP จึงต้องอยู่ระดับสูงสุด

ธุรกิจค้าปลีกยุคใหม่คือ Omnichannel ลูกค้าใช้ทั้งหน้าร้าน Online Mobile App Social Commerce วิกฤตในจุดใดจุดหนึ่งกระทบทั้งประสบการณ์ลูกค้า

น้ำท่วม 2554 เป็นบทเรียนใหญ่สำหรับโรงงานไทย โรงงานในอยุธยาหยุดนานหลายเดือน Supply Chain ระดับโลกสะเทือน บทเรียนนั้นต้องไม่ถูกลืม

โรงพยาบาลเป็น Critical Infrastructure ที่ "หยุดไม่ได้" เลย แม้แต่ 1 ชั่วโมง เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้ป่วย BCP สำหรับโรงพยาบาลจึงซับซ้อนกว่าอุตสาหกรรมอื่น

ธนาคารและสถาบันการเงินเป็นอุตสาหกรรมที่ Regulator เข้มงวดเรื่อง BCM ที่สุด ทั้ง ธปท., ก.ล.ต., และ ก.ล.ต. กำหนด BCP ไว้อย่างละเอียด

เหตุแผ่นดินไหวเมียนมา 28 มีนาคม 2568 ที่สะเทือนถึงกรุงเทพและเชียงใหม่ ทำให้องค์กรไทยตื่นตัวกับความเสี่ยงที่เคยคิดว่าไม่น่ากังวล

4 ปีหลัง COVID-19 องค์กรหลายแห่งลืมบทเรียนไปแล้ว แต่ WHO เตือนว่า Pandemic ครั้งต่อไปอาจมาภายใน 10-20 ปี การเตรียมพร้อมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

ในปี 2026 Cyber Attack ไม่ใช่คำถามว่า "ถ้าเกิด" แต่เป็น "เมื่อไหร่จะเกิด" องค์กรไทยโดน Ransomware เฉลี่ย 1 ราย/วัน การมี Cyber Incident Response Plan (CIRP) คือหน้าที่

ยุคที่ทุกองค์กรเคลื่อนไปสู่ Cloud การ Backup และ DR ก็เปลี่ยนตาม จาก Tape Library ในห้อง Data Center สู่ Cloud Storage ที่ขยายได้ไร้ขีดจำกัด