DRP vs BCP ต่างกันอย่างไร ทำไมต้องมีทั้งสองแบบ
Last updated: 20 Apr 2026
64 Views

DRP คือ Disaster Recovery Plan เน้นเรื่อง IT BCP คือ Business Continuity Plan เน้นทั้งธุรกิจ องค์กรที่ดีต้องมีทั้งสองและทำให้ทำงานร่วมกัน
DRP คืออะไร
DRP คือแผนกู้คืนระบบ IT หลังเกิดเหตุ ครอบคลุม Server, Database, Network, Applications เป้าหมายคือกลับมาทำงานได้ตาม RTO/RPO ที่กำหนด ประกอบด้วยขั้นตอนกู้ DR Site, Data Restore, Network Failover, Testing
BCP คืออะไร
BCP ครอบคลุมทั้งธุรกิจ ไม่ใช่แค่ IT มีเรื่องคน สถานที่ กระบวนการ คู่ค้า การสื่อสาร ลูกค้า เป้าหมายคือ "Business" ไปต่อได้ ไม่ใช่แค่ "IT" กลับมา
ความสัมพันธ์
DRP เป็น Subset ของ BCP เหมือนเครื่องยนต์เป็นส่วนหนึ่งของรถ DRP ฟื้นระบบ IT ได้ แต่ถ้าไม่มีคนเข้ามาทำงาน ไม่มีสำนักงาน ไม่มีคู่ค้า ธุรกิจก็ยังไปต่อไม่ได้
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นชัด
ไฟไหม้ Data Center DRP Activate กู้ IT ที่ DR Site ไฟไหม้ทั้งอาคาร BCP Activate ต้องมี Alternate Office สำหรับคน + DR Site สำหรับ IT + แผนสื่อสารลูกค้า + กู้เอกสารกระดาษ + ฯลฯ
ข้อผิดพลาดที่พบ
หลายองค์กรไทยมีแต่ DRP เพราะ IT ทำไว้ แต่ไม่มี BCP เพราะยังไม่มีใครรับผิดชอบ ผลคือเมื่อเกิดเหตุจริงที่ไม่ใช่ IT ล้วนๆ องค์กรไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
อีกฝ่ายคือมี BCP แต่ DRP ล้าสมัย กลายเป็นว่า BCP บอก RTO 4 ชั่วโมง แต่ IT จริงๆ กู้ไม่ทันใน 24 ชั่วโมง
วิธีบูรณาการ
1. BIA เป็นฐานร่วม — Business กำหนด RTO/RPO ของ Business Process ส่วน IT กำหนด RTO/RPO ของ IT System ที่รองรับ 2. Exercise ต้องร่วมกัน ซ้อมแบบ End-to-End ตั้งแต่เกิดเหตุ → CMT → IT Recovery → Business Resume 3. Governance เดียว BCM Manager ดูแลภาพรวม IT Operations ดู DRP แต่รายงาน BCM 4. Review พร้อมกัน ปรับ BCP พร้อม DRP ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
BCP GURU ทำงานร่วมกับทีม IT ขององค์กร
BCP GURU มีประสบการณ์ทำ DRP/BCP Alignment ให้องค์กรใหญ่หลายแห่ง เราเชื่อมเอกสารทั้งสองให้สอดคล้องกัน ลดช่องว่างที่ทำให้แผนไม่ทำงาน
สรุป
DRP คือ "IT Recovery" BCP คือ "Business Continuity" องค์กรที่มั่นคงต้องมีทั้งสองและทำงานเป็นระบบเดียวกัน
สนใจบริการจาก BCP GURU? ติดต่อเราได้ที่ www.bcpguru.com เพื่อคำปรึกษาฟรี
DRP คืออะไร
DRP คือแผนกู้คืนระบบ IT หลังเกิดเหตุ ครอบคลุม Server, Database, Network, Applications เป้าหมายคือกลับมาทำงานได้ตาม RTO/RPO ที่กำหนด ประกอบด้วยขั้นตอนกู้ DR Site, Data Restore, Network Failover, Testing
BCP คืออะไร
BCP ครอบคลุมทั้งธุรกิจ ไม่ใช่แค่ IT มีเรื่องคน สถานที่ กระบวนการ คู่ค้า การสื่อสาร ลูกค้า เป้าหมายคือ "Business" ไปต่อได้ ไม่ใช่แค่ "IT" กลับมา
ความสัมพันธ์
DRP เป็น Subset ของ BCP เหมือนเครื่องยนต์เป็นส่วนหนึ่งของรถ DRP ฟื้นระบบ IT ได้ แต่ถ้าไม่มีคนเข้ามาทำงาน ไม่มีสำนักงาน ไม่มีคู่ค้า ธุรกิจก็ยังไปต่อไม่ได้
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นชัด
ไฟไหม้ Data Center DRP Activate กู้ IT ที่ DR Site ไฟไหม้ทั้งอาคาร BCP Activate ต้องมี Alternate Office สำหรับคน + DR Site สำหรับ IT + แผนสื่อสารลูกค้า + กู้เอกสารกระดาษ + ฯลฯ
ข้อผิดพลาดที่พบ
หลายองค์กรไทยมีแต่ DRP เพราะ IT ทำไว้ แต่ไม่มี BCP เพราะยังไม่มีใครรับผิดชอบ ผลคือเมื่อเกิดเหตุจริงที่ไม่ใช่ IT ล้วนๆ องค์กรไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
อีกฝ่ายคือมี BCP แต่ DRP ล้าสมัย กลายเป็นว่า BCP บอก RTO 4 ชั่วโมง แต่ IT จริงๆ กู้ไม่ทันใน 24 ชั่วโมง
วิธีบูรณาการ
1. BIA เป็นฐานร่วม — Business กำหนด RTO/RPO ของ Business Process ส่วน IT กำหนด RTO/RPO ของ IT System ที่รองรับ 2. Exercise ต้องร่วมกัน ซ้อมแบบ End-to-End ตั้งแต่เกิดเหตุ → CMT → IT Recovery → Business Resume 3. Governance เดียว BCM Manager ดูแลภาพรวม IT Operations ดู DRP แต่รายงาน BCM 4. Review พร้อมกัน ปรับ BCP พร้อม DRP ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
BCP GURU ทำงานร่วมกับทีม IT ขององค์กร
BCP GURU มีประสบการณ์ทำ DRP/BCP Alignment ให้องค์กรใหญ่หลายแห่ง เราเชื่อมเอกสารทั้งสองให้สอดคล้องกัน ลดช่องว่างที่ทำให้แผนไม่ทำงาน
สรุป
DRP คือ "IT Recovery" BCP คือ "Business Continuity" องค์กรที่มั่นคงต้องมีทั้งสองและทำงานเป็นระบบเดียวกัน
สนใจบริการจาก BCP GURU? ติดต่อเราได้ที่ www.bcpguru.com เพื่อคำปรึกษาฟรี
Related Content
BCP GURU อธิบายว่าทำไม Risk Register เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับ ERM จริงๆ พร้อมแนวทางสร้าง ERM Program ที่ครบถ้วนตามหลัก COSO ERM 2017
Excel Risk Register ทำได้ แต่พอ Risk เยอะ หน่วยงานเยอะ ความต้องการ Reporting สูง ERM Software ก็กลายเป็นจำเป็น
ISO 31000:2018 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับ Risk Management ที่ Non-prescriptive ไม่ได้บอกว่า "ต้องทำอะไร" แต่บอก "ควรคำนึงอะไร"


