BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Plan) ต่างกันตรงไหน ทำไมมีแค่อันเดียวไม่พอ
อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ย. 2026
33 ผู้เข้าชม

BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Plan) ต่างกันตรงไหน ทำไมมีแค่อันเดียวไม่พอ
หลายองค์กรภูมิใจว่ามีแผนบริหารภาวะวิกฤตพร้อมทีม Crisis Management Team ตั้งไว้แล้ว มีสายการตัดสินใจชัดเจน มีคนรับผิดชอบสื่อสารกับสื่อและลูกค้า แล้วก็สรุปว่า "แบบนี้คือมี BCP แล้ว" แต่พอถามต่อว่า "แล้วถ้าวิกฤตยืดเยื้อไป 2 สัปดาห์ ธุรกิจจะกลับมาทำงานได้ยังไง" หลายคนกลับตอบไม่ได้ นี่คือจุดที่ทำให้เห็นว่า BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤตไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
BCP คืออะไร แผนบริหารภาวะวิกฤตคืออะไร ต่างกันตรงไหน
แผนบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Plan) เน้นเรื่องการตอบสนองทันทีเมื่อเกิดเหตุ เช่น ใครเป็นคนตัดสินใจ ใครสื่อสารกับสื่อและลูกค้า จะประกาศสถานการณ์อย่างไร และควบคุมความเสียหายด้านภาพลักษณ์อย่างไรในช่วงชั่วโมงแรกๆ ของวิกฤต ส่วน BCP หรือ Business Continuity Plan ดูแลเรื่องที่กว้างและยาวกว่านั้นมาก คือธุรกิจจะดำเนินงานต่อได้อย่างไรหลังจากผ่านช่วงวิกฤตแรกไปแล้ว เช่น กระบวนการไหนต้องกลับมาทำงานก่อน ใช้สถานที่หรือระบบสำรองอะไร และใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ
ทำไมองค์กรถึงคิดว่ามีแผนบริหารภาวะวิกฤตแล้วไม่ต้องมี BCP
ส่วนหนึ่งเพราะแผนบริหารภาวะวิกฤตเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่ายกว่า มีทีมชัดเจน มีการซ้อมสื่อสารในภาวะฉุกเฉินอยู่บ้าง จึงให้ความรู้สึกว่าองค์กร "พร้อมรับมือวิกฤต" แล้ว แต่ในความเป็นจริง แผนบริหารภาวะวิกฤตตอบได้แค่คำถามว่า "วิกฤตนี้จะสื่อสารและควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นยังไง" ไม่ได้ตอบว่า "ธุรกิจจะดำเนินงานต่อได้ยังไงถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ" ซึ่งเป็นคำถามที่ BCP ต้องตอบโดยเฉพาะ
ถ้ามีแค่แผนบริหารภาวะวิกฤตอย่างเดียว จะเกิดอะไรขึ้นตอนวิกฤตจริง
องค์กรที่มีแค่แผนบริหารภาวะวิกฤตโดยไม่มี BCP มักรับมือช่วงชั่วโมงแรกได้ดี แต่เริ่มสะดุดเมื่อวิกฤตยืดเยื้อ เช่น
• สื่อสารกับสาธารณะได้เร็วและเป็นมืออาชีพ แต่ไม่รู้ว่าจะให้พนักงานกลับมาทำงานที่ไหนเมื่ออาคารหลักใช้งานไม่ได้
• ตั้งทีมตัดสินใจได้ทันที แต่ไม่มีแผนกู้คืนกระบวนการทำงานหรือระบบ IT ที่ชัดเจน
• ควบคุมความเสียหายด้านภาพลักษณ์ได้ในวันแรก แต่พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ลูกค้าเริ่มถามว่าทำไมยังส่งของไม่ได้
• มีทีม Crisis Management ที่เก่ง แต่ไม่มีข้อมูลว่ากระบวนการไหนสำคัญที่สุดที่ต้องกู้คืนก่อน เพราะไม่เคยทำ Business Impact Analysis
BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤตทำงานร่วมกันยังไง
ในทางปฏิบัติ ทั้งสองแผนควรเชื่อมต่อกันเป็นลำดับ คือเมื่อเกิดเหตุ แผนบริหารภาวะวิกฤตจะถูกเปิดใช้งานก่อน เพื่อประเมินความรุนแรง ตัดสินใจเบื้องต้น และสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง จากนั้น BCP จะถูกเปิดใช้งานต่อเนื่อง เพื่อดูแลว่ากระบวนการทำงานหลักจะกลับมาดำเนินการต่อได้อย่างไร ทีมบริหารภาวะวิกฤตกับทีมที่ดูแล BCP จึงควรเป็นคนละบทบาทที่ทำงานเชื่อมกัน ไม่ใช่แผนเดียวกันที่ใช้ชื่อต่างกัน
องค์กรที่มีทั้งสองแผนอยู่แล้ว ต้องเช็คอะไรเพิ่ม
แม้บางองค์กรจะมีทั้งแผนบริหารภาวะวิกฤตและ BCP อยู่แล้ว สิ่งที่ควรเช็คเพิ่มคือทั้งสองแผนเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ เช่น แผนบริหารภาวะวิกฤตมีขั้นตอนส่งต่อให้ทีม BCP อย่างชัดเจนหรือเปล่า และเคยซ้อมทั้งสองแผนพร้อมกันในสถานการณ์จำลองเดียวกันหรือยัง เพราะถ้าซ้อมแยกกันคนละครั้ง อาจไม่เจอจุดที่แผนทั้งสองไม่เชื่อมกันจนกว่าจะเกิดวิกฤตจริง
หลายองค์กรภูมิใจว่ามีแผนบริหารภาวะวิกฤตพร้อมทีม Crisis Management Team ตั้งไว้แล้ว มีสายการตัดสินใจชัดเจน มีคนรับผิดชอบสื่อสารกับสื่อและลูกค้า แล้วก็สรุปว่า "แบบนี้คือมี BCP แล้ว" แต่พอถามต่อว่า "แล้วถ้าวิกฤตยืดเยื้อไป 2 สัปดาห์ ธุรกิจจะกลับมาทำงานได้ยังไง" หลายคนกลับตอบไม่ได้ นี่คือจุดที่ทำให้เห็นว่า BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤตไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
BCP คืออะไร แผนบริหารภาวะวิกฤตคืออะไร ต่างกันตรงไหน
แผนบริหารภาวะวิกฤต (Crisis Management Plan) เน้นเรื่องการตอบสนองทันทีเมื่อเกิดเหตุ เช่น ใครเป็นคนตัดสินใจ ใครสื่อสารกับสื่อและลูกค้า จะประกาศสถานการณ์อย่างไร และควบคุมความเสียหายด้านภาพลักษณ์อย่างไรในช่วงชั่วโมงแรกๆ ของวิกฤต ส่วน BCP หรือ Business Continuity Plan ดูแลเรื่องที่กว้างและยาวกว่านั้นมาก คือธุรกิจจะดำเนินงานต่อได้อย่างไรหลังจากผ่านช่วงวิกฤตแรกไปแล้ว เช่น กระบวนการไหนต้องกลับมาทำงานก่อน ใช้สถานที่หรือระบบสำรองอะไร และใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับสู่สภาวะปกติ
ทำไมองค์กรถึงคิดว่ามีแผนบริหารภาวะวิกฤตแล้วไม่ต้องมี BCP
ส่วนหนึ่งเพราะแผนบริหารภาวะวิกฤตเป็นสิ่งที่จับต้องได้ง่ายกว่า มีทีมชัดเจน มีการซ้อมสื่อสารในภาวะฉุกเฉินอยู่บ้าง จึงให้ความรู้สึกว่าองค์กร "พร้อมรับมือวิกฤต" แล้ว แต่ในความเป็นจริง แผนบริหารภาวะวิกฤตตอบได้แค่คำถามว่า "วิกฤตนี้จะสื่อสารและควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นยังไง" ไม่ได้ตอบว่า "ธุรกิจจะดำเนินงานต่อได้ยังไงถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ" ซึ่งเป็นคำถามที่ BCP ต้องตอบโดยเฉพาะ
ถ้ามีแค่แผนบริหารภาวะวิกฤตอย่างเดียว จะเกิดอะไรขึ้นตอนวิกฤตจริง
องค์กรที่มีแค่แผนบริหารภาวะวิกฤตโดยไม่มี BCP มักรับมือช่วงชั่วโมงแรกได้ดี แต่เริ่มสะดุดเมื่อวิกฤตยืดเยื้อ เช่น
• สื่อสารกับสาธารณะได้เร็วและเป็นมืออาชีพ แต่ไม่รู้ว่าจะให้พนักงานกลับมาทำงานที่ไหนเมื่ออาคารหลักใช้งานไม่ได้
• ตั้งทีมตัดสินใจได้ทันที แต่ไม่มีแผนกู้คืนกระบวนการทำงานหรือระบบ IT ที่ชัดเจน
• ควบคุมความเสียหายด้านภาพลักษณ์ได้ในวันแรก แต่พอผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ลูกค้าเริ่มถามว่าทำไมยังส่งของไม่ได้
• มีทีม Crisis Management ที่เก่ง แต่ไม่มีข้อมูลว่ากระบวนการไหนสำคัญที่สุดที่ต้องกู้คืนก่อน เพราะไม่เคยทำ Business Impact Analysis
BCP กับแผนบริหารภาวะวิกฤตทำงานร่วมกันยังไง
ในทางปฏิบัติ ทั้งสองแผนควรเชื่อมต่อกันเป็นลำดับ คือเมื่อเกิดเหตุ แผนบริหารภาวะวิกฤตจะถูกเปิดใช้งานก่อน เพื่อประเมินความรุนแรง ตัดสินใจเบื้องต้น และสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง จากนั้น BCP จะถูกเปิดใช้งานต่อเนื่อง เพื่อดูแลว่ากระบวนการทำงานหลักจะกลับมาดำเนินการต่อได้อย่างไร ทีมบริหารภาวะวิกฤตกับทีมที่ดูแล BCP จึงควรเป็นคนละบทบาทที่ทำงานเชื่อมกัน ไม่ใช่แผนเดียวกันที่ใช้ชื่อต่างกัน
องค์กรที่มีทั้งสองแผนอยู่แล้ว ต้องเช็คอะไรเพิ่ม
แม้บางองค์กรจะมีทั้งแผนบริหารภาวะวิกฤตและ BCP อยู่แล้ว สิ่งที่ควรเช็คเพิ่มคือทั้งสองแผนเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ เช่น แผนบริหารภาวะวิกฤตมีขั้นตอนส่งต่อให้ทีม BCP อย่างชัดเจนหรือเปล่า และเคยซ้อมทั้งสองแผนพร้อมกันในสถานการณ์จำลองเดียวกันหรือยัง เพราะถ้าซ้อมแยกกันคนละครั้ง อาจไม่เจอจุดที่แผนทั้งสองไม่เชื่อมกันจนกว่าจะเกิดวิกฤตจริง
BCP GURU ช่วยองค์กรวาง BCP และแผนบริหารภาวะวิกฤตให้ครบวงจรได้อย่างไร
BCP GURU ให้บริการที่ปรึกษาครบวงจร ตั้งแต่การทำ Business Impact Analysis การออกแบบแผน BCP ตามมาตรฐาน ISO 22301 ไปจนถึงการจัดทำและเชื่อมโยงแผนบริหารภาวะวิกฤตให้ทำงานร่วมกับ BCP ได้จริง พร้อมจัดซ้อมแผน (Tabletop Exercise) เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งสองแผนใช้งานได้จริงเมื่อเกิดเหตุ ไม่ใช่แค่เอกสารแยกกันคนละชุด หากองค์กรของท่านมีแผนใดแผนหนึ่งอยู่แล้วแต่ไม่แน่ใจว่าครบหรือเชื่อมกันหรือไม่ ทีมงาน BCP GURU พร้อมให้คำปรึกษา
บทความที่เกี่ยวข้อง
ยุคที่ทุกองค์กรเคลื่อนไปสู่ Cloud การ Backup และ DR ก็เปลี่ยนตาม จาก Tape Library ในห้อง Data Center สู่ Cloud Storage ที่ขยายได้ไร้ขีดจำกัด
BCP GURU อธิบายว่า Risk Culture สำคัญกว่า Framework ในการทำ ERM ให้สำเร็จ พร้อมแนวทางสร้าง Risk Culture ตาม COSO ERM 2017 ในองค์กรไทย
ลูกค้าโรงงานผลิตในไทยสูญเสียกว่า 180 ล้านบาท เมื่อน้ำท่วมโกดังโดยไม่มีแผน BCP BCP GURU อธิบายต้นทุนที่ซ่อนอยู่ของการไม่วางแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง


